แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประสบการณ์ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประสบการณ์ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ระวังผู้หญิงเอาแต่ใจสามีเลยมีเมียน้อย

ดิฉัน เกิดมาท่ามกลางความพร้อมทุกอย่าง เมื่อเติบโตมาก็มีแต่จะผลาญเงิน พ่อแม่ งานบ้านงานเรือนไม่มีกระดิกการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ล้วนเต็มไปด้วย เรื่องกระแดะๆ ตั้งแต่กระแดะแต่งตัวเก่งเกินวัย.. กระแดะสรรหาอาหารที่ดีๆ กิน (แต่เพิ่งจะกินผักเป็นก็วัยล่วงจะเข้าโลง ปัจจุบันอายุ 42 ปี )กระทั่งเมื่อได้แต่งงาน อายุ 23 ปี ก็พยายามคัดสรรเลือกผู้ชายที่หน้าตาดี ฐานะ หน้าที่การงานดี มาเป็นสามีจนได้ แต่ความที่เอาแต่ใจตัวเอง จนลืมเผื่อแผ่ความรู้สึกดีๆ ไปถึงคู่สมรส ก็เลยทำให้สามีต้องมี “เธอ” อีกบ้านหนึ่งชีวิตคู่ของดิฉันได้พังครืนเพียงชั่วเวลาแค่ 10 ปี ทั้งๆ ที่เธอคนนั้น หากเทียบกับดิฉันแล้ว แทบไม่ติดฝุ่น (ถ้าดูจากภายนอกที่เป็นรูปธรรม) แต่ด้าน จิตใจ อุปนิสัยใจคอ ดิฉันเทียบกับเธอไม่ติดฝุ่นเช่นกัน เพราะ..1. เธอเป็นแม่ศรีเรือน ทั้งงานบ้าน งานครัว2. เธอรู้จักเอาใจสามี รู้ผ่อนหนัก- ผ่อนเบาได้ทุกเรื่อง เอาใจเขามาใส่ใจเรา และประการสำคัญ เธอไม่เคยอาละวาด ฉีกหน้าสามี แม้แต่ครั้งเดียว3. แม้เธอไม่มีความรู้สูง แต่เธอก็ประกอบอาชีพที่เธอถนัด แม้ค่าตอบแทนจะน้อยนิด แต่เธอก็ทำให้สามีภูมิใจและมีคุณค่าในสายตาของคนทั่ว ไปที่ดิฉันเขียนใน 3 ข้อนี้ คือ คุณสมบัติของภรรยาใหม่ของอดีตสามี ที่ดิฉันไม่มีไงคะ แม้มีลูกกับสามีหลายคน แต่ลูกๆ ก็ไม่ทำให้ครอบครัวกลับมาเป็น ครอบครัวได้เลย เพราะ..ตัวดิฉันเองเป็นคนไม่มีคุณภาพ!ยิ่งตอนที่รู้ว่า พ่อของเด็กๆ มีเธอ “อีกคน” ดิฉันก็ได้แต่ตีอกชกลมหว่านความโกรธแค้นไปทั่ว โทษอ้างไปถึงพ่อผัวแม่ผัวว่าไม่ยุติธรรมบ้างล่ะ ตอนนั้นดิฉันคิดว่าคนอย่างดิฉันนี่ซิที่เก่งกว่า ต้องชนะซิ เพราะเรามีลูก แต่ท้ายสุดแล้ว ก็เหลือแต่ความว่างเปล่า ฉันต้องหอบลูกๆ กลับบ้าน แล้วมานั่งหัดเขียนเลขศูนย์ เพราะ ตลอดทั้งชีวิต ฉันไม่เคยทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย ชีวิตจำต้องเริ่มต้นใหม่ในวัยล่วงเข้า 35 ปี คุณพ่อก็ป่วย ลูกๆ ต้องเรียนถึง 4 คนงานแรกที่เริ่มต้นคือเป็นเสมียนที่งานก่อสร้าง จากชีวิตที่เคยนั่งๆ นอนๆ ในห้องแอร์ กินข้าวปิ่นโต แต่บัดนี้ ต้องมาตะลอนๆ อยู่หน้างาน เช็คเครื่องมือเครื่องใช้ เช็คอุปกรณ์ก่อสร้าง ต้องคิดบัญชี ค่าแรงคนงาน การกินการอยู่ต้องปรับตัวให้เป็นคนที่ง่ายขึ้น รวมไปถึงการรู้จักชีวิตที่ต้องเหน็ดเหนื่อยของคนงาน ที่เดินทางมาขายแรงงานก็เพราะความจน... จนเสียต้องบรรยายเป็นน้ำตาแทนคำตอบ และ ที่นี่ก็ทำให้ดิฉันได้คิด ที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตไม่เป็นเลยในทุกๆ ด้าน เราพลาดไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายถึงเราต้องล้มเหลวไปทั้งชีวิต นับแต่ นั้น ฉันเริ่มเข้าใจผู้คนเริ่มเปิดใจกว้าง ยอมรับฟังทุกความคิดเห็นที่ผ่านเข้ามาและในวันหนึ่ง พระเจ้าก็ส่งคนที่ดีมาให้ดิฉัน ถึงแม้จะดีไม่มากก็ตาม เขาเป็นเพื่อนร่วมงาน (รุ่นพี่) ตอนแรกที่เขาสนใจดิฉัน เขาจะชอบแอบมองตอนที่ดิฉันเผลออยู่เสมอ กระทั่งวันหนึ่ง ดิฉันเกิดลืมซองเงินของบริษัทไว้ที่สามล้อถีบ เมื่อเขารู้เรื่อง เขาจึงยื่นมือเข้าช่วยโดยออกเงินให้ บอกว่า หนูมีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน จากนั้นเมื่อถึงสิ้นเดือนดิฉันก็ค่อยๆ ทยอยคืนเงินเขาไปเรื่อยๆ และดิฉันก็มารู้ภายหลังว่า จำนวนเงินที่คืนเขาไป เขาก็ได้กลับเอามาให้ลูกๆ ของดิฉันทุกคน (เพื่อเป็นการเปิดทาง)หลังจากนั้น เขาก็พยายามทำความดี พยายามบอกกับทุกคนในครอบครัวว่าเขาสามารถดูแลดิฉันแล ะลูกๆ ได้ จนญาติพี่น้องของดิฉันยอมรับ และแล้วเราก็ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาจนถึงทุกวันนี้อ้อ! สามีดิฉันนั้น สถานภาพเขาเป็นพ่อม่าย แต่ลูกๆ เขาโตแล้ว มีงานทำกันทุกคน เราจึงไม่มีปัญหาในด้านครอบครัว หากแต่ข้อเสียของสามีนั้นก็ใช่เบาๆ นะคะเขาเป็นโรคหัดค่ะหัดสะบึ๋ง หรือ หึงสะบัด ดิฉันต้องมีความอดทนในจุดนี้สูงมาก เพราะวันไหนที่เราอยู่หน้างานคนละที่กัน เขาจะโทรเช็คดิฉันตลอดว่า หนูทำอะไร อยู่ที่ไหน อยู่กับใครบ้าง และจะโทรถี่ยิบ ถ้าตะวันตกดินไปแล้วดิฉันยังไม่กลับบ้านส่วนในออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานของดิฉัน (ที่ส่วนใหญ่เป็นชาย) ทุกคนจะเข้าใจ ถ้าสามีดิฉันอยู่ด้วย แทบไม่มีใคร พูดคุยกับดิฉันเลย แต่ทุกคนจะร่วมใจกัน ดัดหลังสามี คือถ้าใครมีงานติดต่อกับดิฉันแล้วก็จะบอกผ่านทางสามี ตามด้วยเสียงหัวเราะกันเฮ ครื้นเครง นับว่าแผนแอนตี้นี้ประสบความสำเร็จพอตัวค่ะแต่ครั้นเมื่อกลับถึงบ้าน เขาก็จะงอน ไม่ยอมกินข้าวกินปลา นั่งเก๊กหน้าเหมือนกำลังเล่นมิวสิกวิดีโอ ซึ่งระยะแรกๆ ดิฉันรับไม่ได้เลย โธ่..อุตส่าห์ร่ำเรียนมาสูงเสียเปล่า คิดได้แค่นี้หรือ (วะ)แต่มีเขาก็ยังดีกว่าอยู่คนเดียวค่ะ เพราะถ้าปล่อยๆ เรื่องความหึงและแสนงอนของสามีแล้ว เขาก็ดีทุกอย่าง ทุกคืนเขาจะนวดให้ดิฉัน นวดแผนไทยนี่แหละค่ะ ไม่รู้ว่าสมัยหนุ่มๆ แอบไปฝึกจากสำนักไหน ฝีมือดีชะมัด! ดิฉัน ขอฝากข้อคิดถึงผู้หญิงทุกคนว่าผู้ชายไทยใช่จะไร้คุณค ่า เมื่อเทียบกับชาวต่างชาติเสมอไปนะคะ เพราะเรื่องเนื้อคู่นี่ถึงเวลามันก็มาเอง แล้วแต่ว่าวาสนาจะเป็นคู่สร้างคู่สม, คู่เชยคู่ชม หรือคู่เวรคู่กรรม ช่วง ที่อกหักใหม่ๆ คุณอย่าเพิ่งด่วน รีบตัดสินใจทำอะไรเพราะความเหงา คุณควรกลับมาใช้ชีวิตให้เป็น เราต้องรัก และกลับมาดูแลตนเองให้มากๆ เพราะที่อกหักนี่... ก็เพราะเรารักคนอื่นมากไป ขอให้คิดอยู่เสมอ มีรักก็มีเลิกมีเจอก็ต้องมีจาก อย่าพาชีวิตตัวเอง เข้าสู่กรอบ แล้ววาดวิมานล้อมรอบหากวันใดคลื่นชีวิตซัดสาด วิมานทรายก็ต้องทะลายลง จะเสียเวลาวาดฝันไปทำไม ย่ำเดินไปทำไม เส้นทางน้ำตา หากไขว่คว้าดูแล้ว หาดีไม่ได้จริงๆ ก็ทนเหงาเอาหน่อย...เดี๋ยวก็ชินเมื่อตอนที่ดิฉันหย่ากับสามีคนแรกใหม่ๆ ดิฉันก็หมั่นสวดมนต์ไหว้พระมีหนังสือธรรมะเป็นเพื่อน มาเกือบ 10 ปี และทุกครั้งที่กราบขอพรจากพระ ก็เพียงปรารถนาขอให้มีสุขภาพแข็งแรง อยากอยู่กับลูกไปนานๆ ด้วยความสัตย์จริง ไม่เคยขอเรื่องความรักเลย แต่ในที่สุดก็ได้คนแก่เ่ยวๆ(ทว่าแสนดี) มาจนได้ค่ะ

ผู้หญิงโปรดระวัง จะโดนพาเข้าม่านรูด

นี่ คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจากผู้หญิงคนหนึ่ง ที่หน้าตาดี หน้าที่การงานดีมาก อายุเพิ่งย่างก้าวเข้าวัย 25 ปี และเธอขอเล่าเรื่องนี้ให้ฟังด้วยตัวเธอเอง...ฉัน รู้จักพี่กอล์ฟได้นานพอสมควรจากการแนะนำโดยรุ่นพี่ที ่ทำงาน พี่กอล์ฟเป็นเพื่อนสนิทของพี่หวาน และนั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฉันมั่นใจและไว้ใจผู้ ชายคนนี้เป็นอย่างดี พี่หวานและพี่กอล์ฟเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทำให้ฉันเ องมีโอกาสได้เจอพี่ กอล์ฟบ่อยๆ สัมพันธภาพระหว่างเราไม่มีอะไรอื่นอนกจากความเป็นเพื ่อนและเป็นรุ่นพี่ที่ สนิทคนหนึ่ง ความสนิทเกิดขึ้นเพราะเราเป็นเพื่อนสนิทของพี่หวานกั นทั้งคู่ เลยมีโอกาสได้ไปทานข้าว เล่นกีฬาด้วยกันประจำ ที่สำคัญพี่กอล์ฟมีครอบครัวและภรรยากำลังตั้งท้อง ภาพที่พี่กอล์ฟพูดถึงครอบครัวทำให้ฉันเองเชื่อมั่นใน ความเป็นคนรักครอบครัว ของพี่กอล์ฟ และมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองว่าไม่เคยคิดเกินเลยไ ปกว่าคำว่าเพื่อนหรือ พี่เลย"ด้วยความไว้ใจเต็มร้อย ทำให้เหตุการณ์คืนนั้นเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด"คืน นั้นแก๊งเดิมของฉันและพี่ๆไปโยนโบวลิ่งกัน เราสนุกกันมากและหลังจากนั้นเพื่อนๆชวนกันไปต่อที่ผั บแห่งหนึ่งเพราะเป็นคืน วันศุกร์ ฉันเองแม้จะไม่ค่อยได้เที่ยวกลางคืนและไม่ค่อยได้ดื่ มเหล้า ก็รู้สึกไม่อยากขัดเพื่อนๆและเห็นว่าพรุ่งนี้เป็นวัน เสาร์ เลยไปต่อกับเพื่อนๆจนตอนที่จะกลับบ้าน พี่กอล์ฟอาสาที่จะไปส่งฉันเพราะผ่านบ้านใกล้กัน ด้วยความที่ไม่ค่อยเคยดื่มเหล้า ทำให้คืนนั้นรู้สึกง่วงมากและเผลอหลับไปบนรถ จำได้ว่าตื่นขึ้นมาอีกทีตอนรถจอดในโรงแรมม่านรูดเรีย บร้อยแล้ว ด้วยอาการที่เหมือนเพิ่งตื่นนอน ทำให้สติตอนนั้นยังเบลอๆอยู่จนกระทั่งพี่กอล์ฟลงมาเป ิดประตูและพาเข้าไปใน ห้อง แวบแรกเกิดอาการงงและตั้งสติไม่ถูกว่านั่นคือที่ไหน เพราะเกิดมาไม่เคยเข้าโรงแรมม่านรูด จึงนึกไม่ออกว่าม่านรูดเป็นอย่างไร ใน ห้องนั้นมีกระจกเต็มไปหมดและมีสภาพไม่ต่างอะไรกับในล ะคร พอเริ่มได้สติก็สะดุ้งทันทีกับภาพที่เกิดขึ้นและตื่น เต็มที่ สมองพลับคิดต่อทันทีที่จะหาทางแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ ้นในตอนนั้น พี่กอล์ฟพาฉันไปบนเตียงนอนและจับฉันนอนลง เสียงเครื่องปรับอากาศและน้ำหนักตัวของพี่กอล์ฟทำให้ ฉันใจหายและเกิดอาการ กลัวอย่างมากอยู่ลึกๆ ในวินาทีนั้นฉันตระหนักดีว่าหากฉันร้องหรือดิ้นรน สิ่ง ที่จะเกิดขึ้นคือการพยายามเอาชนะและอาจเกิดการทำร้าย ร่างกายตามมา ฉันจึงเลือกวิธีที่จะใช้จุดอ่อนในเรื่องครอบครัวทำให ้พี่กอล์ฟเปลี่ยนใจ ฉันเข้าไปกอดพี่กอล์ฟไว้แน่น ในขณะที่พี่กอล์ฟพร่ำบ่น "ให้ฉันยอมเป็นของเขาในคืนนั้น"ฉันไม่อาจทานน้ำหนักตัวพี่กอล์ฟได้แน่นอน ฉันจึงพยายามที่จะกอดเค้าให้แน่นมากๆและลูบหลังเค้าเ บาๆเพื่อไม่ให้เค้าทำอะไรได้ พราง ขอร้องให้เค้านึกถึงภรรยาและลูกที่กำลังจะเกิด แต่พี่กอล์ฟไม่ฟังคำขอร้อง ใดๆและพยายามที่จะจับตัวฉันลงนอนได้ ฉันลูบตัวเค้าไปพร้อมกับพร่ำพูดถึงภรรยาและลูกตลอดเว ลา น้ำเสียงที่อ่อนโยนขอหวังเพียงให้ภาพของลูกและภรรยาฉ ายขึ้นมาในความรู้สึก เค้าบ้าง จนเมื่อพอได้โอกาสฉันรีบดีดตัวออกและเดินออกไปยืนรอท ี่รถ ฉันยืนนิ่งอยู่นานรอเขาอยู่ตรงประตูรถ ไม่มีคำพูดใดๆจากฉันอีกเลย หลังจากนั้นพี่กอล์ฟเดินออกมาและพาฉันไปส่งบ้าน ตลอดการเดินทางเราต่างไม่มองหน้ากัน และนับแต่วินาทีนั้นฉันไม่ได้พูดอะไรกับเค้าอีกเลย ความรู้สึกในตอนนั้นมันบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเป็นความเสียใจหรือความรู้สึกผิดหวังกับควา มไว้ใจกันแน่ ฉันนอนไม่หลับทั้งคืนและยอมรับว่ารู้สึกแย่มากกับผู้ ชายไปพักใหญ่ๆนับจากวันนั้นฉันหลีกเลี่ยงที่จะเจอพี่กอล์ฟและไม่ได ้เล่าให้พี่หวานฟัง แต่คำถามที่ติดค้างในใจคือ อยากรู้ว่าสิ่งที่พี่กอล์ฟทำไปในคืนนั้นมันเป็นเพราะ อารมณ์ชั่ววูบที่เกิด จากการดื่มแอลกอฮอล์หรือเป็นเพียงความต้องการของผู้ช าย จากวันนั้นที่เหตุการณ์ผ่านไปหลายปีและฉันได้เจอพี่ก อล์ฟอีกครั้ง การเผชิญหน้ากันไม่ได้ทำให้พี่กอล์ฟรู้สึกอะไรเลย ไม่มีแม้คำขอโทษใดๆ ซ้ำร้ายเขากลับทำตัวเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น ทำให้ฉันมั่นใจว่านั่นไม่ใช่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นนิสัยส่วนลึกของเขาเอง ภาพผู้ชายที่ดูดี รักเพื่อน รักครอบครัว ไม่ได้พิสูจน์ว่านิสัยตัวตนจริงๆของเขาจะเป็นเช่นนั้ น

เรื่องสารภาพจากสาวอ่างอบนวด

ฉันทำงานอาบ อบ นวดแห่งหนึ่งในกรุงเทพนี่ค่ะ ปัจจุบันอายุ 30 เศษแล้ว เมื่อ 10 กว่าปีก่อนค่าตัวจริง ๆ ได้ต่อหัว ๆ ละ 300 กว่าบาท ถึง 500 บาท เชื่อ มั้ยคะ ต้องอาบน้ำให้แขก โดนทั้งเลียของผู้ชาย โดนประตูหน้า ประตูหลัง เพื่อแลกกับเงินแค่นี้จริง ๆ ค่ะ ด้วยการคัดเลือก ดิฉันได้เบอร์ตอง ซึ่งต้องรับงานมากกว่ารายอื่น ๆ อีกทั้งรูปร่างหน้าตาขณะนั้นสวยไม่แพ้ใครค่ะ เวลาเดินถนนมีชายหนุ่ม ชายแก่ หญิงสาว มองเหลียวหลัง ไม่ได้แต่งตัวหวือหวานะคะ แต่งกายเรียบ ๆ แต่หน้าอกค่อนข้างชันและใหญ่ ใครจะคิดล่ะคะว่า ทำให้ผู้ชายทั้งคนได้เงินเพียงแค่นั้น ต่อหัววันหนึ่งรับงานไม่ต่ำ กว่า 5 คนขึ้นไป เริ่มงานบ่ายโมง เลิกงานประมาณ 5 ทุ่มหนึ่งเดือนหยุดประมาณ 4-5 วัน แล้วแต่เลขท้ายเราลงตรงกับวันไหน ผู้ที่ใช้บริการไม่เลือกวัยค่ะมีทั้งสุภาพ หยาบคาย และนักบุญ เคย ถูกคนเมาลวนลามไม่ใส่ถุงยาง ตัวใหญ่ บังคับทุกอย่างไม่ฟังใคร แขกพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแขกของเจ้าของอาบอบ นวด ทำให้เราไม่กล้าฟ้องต้องก้มหน้าทำด้วยความขมขื่น ไม่ต้องบอกนะคะ ว่าทำไมไม่เลือกเดินทางอื่น มันไม่พอกินค่ะ แล้วดิฉันก็เคยโดนข่มขืนหมู่มาแล้ว ไม่มีใครตามคดีช่วยดิฉันได้เลย คิดประชดตัวเองด้วยการทำงานนี้ซะเลย แต่ก็ไม่ได้สบายดังที่คิดนัก ต่อมามีการตรวจโรคซึ่งมีเป็นประจำอยู่แล้ว ดิฉันติดเอดส์ อยู่ ในขั้นแรก ๆ จึงต้องหยุดงานและรักษาตัวเรื่อยมางดเหล้า งดบุหรี่ ร่างกายเริ่มอ่อนแอลงทุกวัน ไปหาหมอได้รับคำแนะนำให้เข้าโครงการฟรี แต่ต้องดูแลตัวเองทุกเดือน ต้องไปพบหมอได้รับยาฟรี ในระยะ ปีกว่าที่รับยาผิวพรรณเริ่มแห้งมีสะเก็ดและดำคล้ำ จึงเปลี่ยนยาและผิวพรรณก็กลับมาอยู่ในสภาพปกติ มีข้อเสียคือ แขน ขา ก้นจะเล็กลีบต้องทานยาวิตามินช่วยซึ่งเราต้องออกเงิน ซื้อเองเดือนละ 1000 กว่าบาทเงินสะสมก็ร่อยหรอลงไป จึงคิดเรียนและหางานทำแต่ก็ยังมีแขกบางคนไม่รู้ แวะเวียนมาใช้บริการที่ห้องบ่อย ๆ มีรายได้จากการขายตัวเดือนละ 2-3 หมื่นบาท ก็อยู่ได้แต่แขกพิเศษที่แวะเวียนมาจะทำตัวสนิทสนมมาก จนเกินไปไม่ยอมสวมถุงยาง ดิฉันก็ไม่กล้าบอกว่าเป็นอะไรในเมื่อห้ามไม่ฟังก็ต้อ งยอมให้แต่โดยดี แต่ดิฉันมีความไม่สบายใจมาก ๆ เวลาผ่านไป 3-4 เดือน ต้องคอยหนีย้ายหอพัก เพราะหากเขารู้ว่าเป็นโรคอาจจะคิดว่าติดกับดิฉันก็ได ้หรือพฤติกรรมเขาอาจจะ ติดกับที่อื่น ๆ ก็ได้เพราะบางคนในระยะที่ทำงานนวดอยู่นั้น เขาเป็นโรคแล้วก็เปลี่ยนที่ทำงานไปเรื่อย ๆ หากแขกต้องการไม่สวมถุงยาง เขาจะตามใจทันที เขาสมน้ำหน้าที่ไม่ระวังเอง ทุกคนที่เที่ยวต้องระวังนะคะเรื่องจริงทีเดียว
ส่วนดิฉันก็เดือดร้อนต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ แขกที่สวมถุง ดิฉันก็ให้ที่อยู่ใหม่ และให้หาแขกหรือเพื่อนมาเพิ่มทำให้รายได้อยู่ในระดับ เดิม แต่ในระยะหลัง ๆ คุณภาพชีวิตของดิฉันดีขึ้นสุขภาพดีจนเกือบปกติ รับแขกได้มากและแขกก็สวมถุงยางทุกคนทุกครั้ง ยกเว้นแขกใหม่ที่เพื่อนแขกแนะนำมา ซึ่งใช้บริการดิฉันมาเกือบครึ่งปีแล้ว นัดดิฉันไปเที่ยวตากอากาศชายทะเลที่ระยองบอกว่าจะมีเ พื่อนอีก 3 คนไปด้วย ให้ราคาดีดิฉันจึงไปกับเขา เขาจะให้ดิฉันดื่มเหล้า ดิฉันก็ไม่ดื่ม เพราะไม่ถูกกับโรคเวลาทานยา ต้องเข้าห้องน้ำแอบทาน เขาเมามายและหื่นมาก ๆ ร่วมกับดิฉันนัวเนีย ไปหมดพร้อมกัน โดยชาย 4 คนทำเหมือนหนังเอ็กซ์ฝรั่งที่สำคัญบังคับดิฉันโดยไม่ สวมถุง ดิฉันจะบอกว่าเป็นอะไรกลัว เขาไม่เชื่อและหากเชื่อก็ต้องทำร้ายดิฉัน เขานอนพร้อม ๆ กับดิฉันตลอด 3 วัน ทำให้เขาทุกอย่าง จนระบมไปหมด ได้ค่าเหนื่อยมาสองหมื่นบาท ดิฉันน่ะคุ้มมาก แต่พวกเขาจะคุ้มหรือไม่ฉันรู้ดี และคิดว่าทุกคนต้องติดโรคจากดิฉันแน่นอน อย่างน้อยที่ดิฉันจำได้แต่ละคนร่วมเพศกับดิฉันไม่ต่ำ กว่าคนละ 6 ครั้ง จะไม่มีครั้งใดไม่ติดโรคเชียวหรือ ตอนนี้ต้องย้ายที่อยู่อีกแล้ว จึงอยากขอเตือนนักเที่ยวทั้งหลาย เมื่อเที่ยวผู้หญิง ๆ ห้ามอะไรต้องเชื่อ เพราะว่าเขารู้ตัวเองดี จงตระหนักว่า ผู้หญิงทุก ๆ คนที่คุณไปใช้บริการนั่นกาหัวไว้ก่อนเลยว่าเขาเป็นเอ ดส์ ไม่ ใช่เพราะเขาไม่ป้องกันตัว เป็นเพราะผู้ชายบังคับเขา ดังนั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งที่เขาได้แก้แค้นผู้ชายโดยไม ่ตั้งใจ ติดโรคไปสู่เมียที่บ้าน มีลูกพลอยติดโรคไปด้วย ชีวิตที่เคยเป็นจะเป็นนรก เช่นดิฉันได้รับ....

เรื่องพิลึกอ่านแล้วแปลกๆ

เมื่อดิฉันอายุ 15-16 หลังบ้านดิฉันมีครอบครัวหนึ่งอยู่ด้วยกัน 2 แม่ลูก (สาว) เราสนิทกันเช่นคนอยู่บ้านใกล้กัน ลูกสาวเขาอายุ 21-22 แก่กว่าดิฉัน เขาเรียนจบอาชีวะและทำงาน ดิฉันเรียกเขาว่าพี่ต่อมาเธอมีแฟนและมาอยู่ด้วยกัน แฟนเขานิสัยดีเช่นกัน หน้าตาอยู่ในขั้นหล่อพอควร เขาก็สนิทกับแม่และที่บ้านดิฉันเขาทำงานกลับบ้านดึกบางทีเมา เขาเกรงใจเมียและแม่ยายเขาที่ต้องเปิดประตู เขามักจะเข้ามาทางบ้านดิฉันแล้วปีนรั้วเข้าบ้านเขา เพราะบ้านดิฉันมีหลายคนนอนดึกประตูไม่ค่อยปิดเขาสนิทกับแม่ดิฉัน แม่ดิฉันอายุ 40 กว่า (เลิกกับพ่อดิฉัน) ชอบเขาเหมือนกัน แต่เขาเรียกแม่ดิฉันว่าพี่ และชอบแซวแม่ แต่ไม่สนิทกับแม่แบบชู้สาว ทั้งๆ ที่รู้สึกว่าแม่เปิดโอกาส บางทีทำอะไรให้เขากินสำหรับดิฉันก็ชอบเขาที่เขาเป็นคนสนุกและใจดี เขาเรียกดิฉันว่า ''ไอ้'' ทั้งที่ดิฉันเป็นผู้หญิง เขาบอกกับแม่ว่าที่เรียกว่าไอ้แล้วตามด้วยชื่อดูใกล้ ชิดกว่าอยู่ต่อมาหลายปี เขาทะเลาะกับเมียเขา ตอนนั้นเขามีลูกคน เมียเขาบอกว่าเขามีเมียน้อย เมียเขาไล่เขาออกจากบ้าน เขาก็ออกแต่ก็มาหาลูกเอาเงินมาให้ทุกเดือน เขามาบ้านดิฉันพูดคุยกับแม่และพวกดิฉัน ฝากเงินให้ลูกเป็นประจำทุกเดือนตอนนั้นดิฉันอายุ 22-23 แล้ว มีแฟนแล้ว 2-3 คน และทำงานแล้วแม่ดิฉันยังคุยกับพวกดิฉันว่า อดีตเมียเขาคิดผิดที่เลิกกับเขา และไล่เขาออกจากบ้าน หมิ่นศักดิ์ศรีผู้ชาย เขาจะอยู่อย่างไร เขาเป็นคนดี เพราะถ้าไม่ดีเขาไม่เอาเงินมาให้ทุกเดือน เมียเขาก็ยังใช้เงินเขาดิฉันและพี่ๆ ยังแซวแม่ว่าแม่ชอบเขามานานเลยเข้าข้างเขาแม่บอกว่า นี่ก็เป็นตัวอย่างเขาเคารพแม่เหมือนพี่ เขาเลยไม่กล้ายุ่งกับแม่ ถ้าเป็นผู้ชายไม่ดีป่านนี้แม่เสร็จเขาไปแล้วว่าไปแล้วเขาก็ดีจริง ดิฉันชอบเขาตรงที่เขาไม่เคยว่าเมียเขาเลย ไม่เคยถามว่าเขาไม่อยู่อดีตเมียเขาทำอย่างไร บางทีเราพยายามพูดถึง เขาจะเบี่ยงเบนไปพูดคุยเรื่องอื่นสรุปว่าทุกเดือนเขาจะเอาเงินมาให้ลูกและอดีตเมีย บางทีไปคุยกับอดีตแม่ยาย และมาคุยกับแม่ที่บ้านดิฉัน แม่ก็จะทำอะไรให้เขากิน ถ้าตอนเย็นแม่ก็เลี้ยงเบียร์ประมาณ 2 ทุ่มวันหนึ่ง ดิฉันเลิกงานกลับบ้าน เข้าบ้าน ทีวีห้องรับแขกเปิด บนโต๊ะมีเบียร์ แก้วเบียร์ และกับแกล้ม ดิฉันชักสงสัยย้อนเดินไปดูตรงนอกชานมีรองเท้าผู้ชายก ็เลยเอะใจดิฉันย่องขึ้นชั้นบน ได้ยินเสียงพิลึกๆ ที่ห้องแม่ เอาหูแนบฟังได้ยินเสียงครางของแม่ เป็นเสียงการร่วมเพศแน่นอน เพราะดิฉันมีแฟนแล้วเคยแล้ว ดิฉันก็ฟังจนนานจนแม่ร้องกรี๊ด-กรี๊ด ก็รู้ว่าคงจะเสร็จกันแล้ว กลัวแม่อายดิฉันเลยลงข้างล่าง ออกไปนอกบ้านอีก รู้แล้วว่าผู้ชายที่ทำกับแม่เป็นใครสักชั่วโมงจึงแกล้งกลับบ้าน เจอแม่กับเขาพูดคุยกันบนโต๊ะอาหาร แต่ดูแม่รื่นเริงเบิกบานมาก เขาคุยกับดิฉันต่อสักพักก็ขอกลับแม่ถามว่าทำไมดิฉันกลับช้า ดิฉันหมั่นไส้เลยบอกว่า ถ้ากลับเร็วกลัวจะเห็นหรือรู้อะไร พูดจบก็ขึ้นข้างบนเข้าห้องเลยใกล้นอนแม่เคาะประตูห้องเรียกดิฉันแล้วเข้ามาคุย แม่ถามว่าดิฉันกลับมาก่อนใช่ไหม รู้ว่าแม่กับเขาทำอะไรกันใช่ไหม ดิฉันเลยรับว่าใช่ ขึ้นมาข้างบนได้ยินเสียงแม่ครางเสียงดังแม่กับดิฉันสนิทกัน พูดคุยกันเรื่องแบบนี้ได้ และเคยคุยกัน แม่รู้ว่าดิฉันผ่านผู้ชายมาแล้ว 2-3 คน แม่ไม่ว่าดิฉันในเรื่องนี้ ได้แต่เตือนอย่าปล่อยตัวมาก และอย่าปล่อยให้มีลูก ให้คุมกำเนิดหากยังไม่ได้แต่งงานกันแม่บอกว่าเพิ่งมีอะไรกับเขาครั้งนี้เป็นครั้งแรก แม่บอกว่าไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาตั้งแต่พ่อตาย แม่ว่าเขาเก่งเห็นเงียบๆ กลับทำเก่งมากต่อมาดิฉันคุยกับแม่อีก แม่บอกว่าของเขาใหญ่ แม่มีลูกแล้วจึงทำให้แม่มีความสุขได้ แม่บอกว่าอีก 2-3 วันเขาว่างจะมาหาแม่อีก แม่ไม่ให้ดิฉันบอกกับพี่ๆ ตอนนี้มีพี่ผู้หญิงอยู่บ้านเท่านั้น แต่ส่วนมากพี่ก็ไปนอนกับเพื่อนแม่บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับเขาไม่จริงจังอะไ ร เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แม่ยังสนิทกับอดีตเมียเขาอยู่และบ้านใกล้กัน แม่หาความสุขกับเขามากกว่า คือเขาเป็นคนทำให้แม่ได้ในสิ่งที่แม่ไม่เคยได้มานานด ิฉันฟังแล้วทั้งตำหนิและเห็นใจแม่ ดิฉันผ่านผู้ชายมาแล้ว จึงไม่ถืออะไรในเรื่องเพศนักตอนนั้นดิฉันก็มีผู้ชายเหมือนกัน ไม่ได้จริงจังอะไร ดิฉันจะสังเกตแม่ได้ว่าวันไหนแม่แจ่มใส เบิกบาน วันนั้นแหละเขามาหาและให้ความสุขกับแม่''ฝนตกบนนาที่แห้ง ต้นหญ้าต้นข้าวชุ่มฉ่ำ แม่จึงเบิกบาน'' ดิฉันแซวแม่''เอ็งจะลองเล่นน้ำฝนดูหรือไม่ล่ะ...แม่อนุญาต''''ทำอย่างกะแม่เป็นเจ้าของ...ไม่หึง ไม่หวงหนูหรือ...เดี๋ยวเขาหลงหนูแล้วลืมแม่นะ''''จะกล้าหรือ...ได้ลูกแล้วลืมบุญคุณแม่''''อ้อ...นี่แม่คิดจะเอาหนูผูกมัดเขา เพื่อที่เขาจะได้อยู่กับแม่นานๆ...''วันหนึ่งเขามาหาแม่ อยู่ในห้องกับแม่ ดิฉันกลับบ้าน รู้ว่าเขาอยู่ในห้อง ดิฉันอาบน้ำแล้วเข้าห้อง ไม่ค่อยจะสนใจแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาแล้วมีเสียงเคาะประตู ดิฉันถามว่าแม่หรือ เขาบอกว่า พี่เอง ดิฉันเปิดประตู เขาเดินเข้ามาในห้อง ปิดประตูดิฉันตกใจ เขาบอกว่า''แม่ให้พี่มาคุยกับน้อง''''อะไรนะ''เขารวบตัวดิฉันไปกอด จูบ ไม่พูดอะไรมาก ดิฉันดิ้นไม่นานใจก็อ่อน ร่างก็อ่อน ดิฉันตกเป็นของเขาอย่างง่ายดาย แต่ได้รับความสุขที่สุดเท่าที่เคยพบมาจากชายใด เขาทำดิฉันถึง 2 ครั้งติด แล้วก็กลับไปห้องแม่ทำกับแม่อีก แม่เข้ามาในห้องดิฉันและนอนกอดดิฉัน''หวังว่าแม่คงเดาใจลูกไม่ผิด'' แม่พูดกับดิฉัน...จากวันนั้น ดิฉันเลิกกับผู้ชายคนที่มาชอบดิฉัน แล้วมอบใจให้เขาคนเดียว ถึงขั้นสาบานกับเขาว่าจะไม่เหลวแหลกอีก แม่ขายบ้านที่เราอยู่มานานแบ่งเงินให้พี่ๆ แล้วไปดาวน์บ้านที่อยู่ไกลกับบ้านอดีตเมียเขาทุกคนรวมทั้งพี่ๆ ต่างรู้ว่าเขาเป็นสามีของดิฉันและที่แม่อยู่กับดิฉัน ก็เพื่อดูแลดิฉันเท่านั้นเรารู้ความจริงกันแค่ 3 คน

ผู้ติดตาม