แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องขำๆ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องขำๆ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ไอ้บ้าเครื่องชั่งนะโว้ย

มีชายคนหนึ่งพร้อมกับเพื่อน ไปนั่งรอรถไฟที่สถานี รถจะมาถึงเวลาบ่ายโมง
ชายคนนั้นก็บอกให้เพื่อนไปดูนาฬิกาที่ตั้งอยู่ในบริเวณสถานีว่า บ่ายโมงแล้วหรือยัง

เพื่อนก็วิ่งไปดู แล้วก็กลับมาบอกว่า "เที่ยง...ยังไม่บ่าย" ทั้งสองก็นั่งรอรถกันต่อไป

นั่งรอกันอยู่พักใหญ่ ก็บอกให้เพื่อนวิ่งไปดูนาฬิกาอีกที ว่าบ่ายโมงหรือยัง

เพื่อนก็วิ่งไปดูอีก แล้วก็กลับมาบอกว่า "เที่ยง...ยังไม่บ่าย"
ก็นั่งรอรถกันอีก จนกระทั่งตะวันคล้อยไปแล้ว ก็บอกให้เพื่อนวิ่งไปดูนาฬิกาอีกสักที

เพื่อนก็วิ่งไปดู แล้วก็กลับมาบอกว่า "เที่ยง...ยังไม่บ่าย" เหมือนเดิม

ชายคนนั้นก็เกิดความสงสัย จึงพูดกับเพื่อนว่า "ไหน นาฬิกาที่เอ็งวิ่งไปดูมันอยู่ตรงไหน"

เพื่อนก็พาไปดูพร้อมกับชี้บอกว่า "นี่ไงล่ะ"

ชายคนนั้นหัวเราะไม่ออกจึงพูดออกมาว่า
"โธ่เอ๋ย! นั่นมันเครื่องชั่งน้ำหนักต่างหาก ไม่ใช่นาฬิกา เอ็งเข้าใจผิดไปแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ฉลาดแบบนี้นะจะดีเหรอ

วันหนึ่งป้ากับหลานสาวจอมซนวัย 6 ขวบก็นั่งคุยกันถึงเรื่องการไปโรงเรียนของหลานสาว
ป้า : นี่เจ้าตัวยุ่งเปิดเทอมหน้านี้น่ะ ถ้าป้าจะให้ไป-กลับโรงเรียนเองคนเดียวไปได้ไหม?
หลาน : ได้สิป้า หนูไปได้อยู่แล้ว
ป้า : ถ้าขึ้นรถเมล์แล้วจะลงป้ายหน้าบ้านถูกหรือจ๊ะ
หลาน : ถูกจ้ะ หนูจำทางได้แล้ว
ป้า : ถ้ากดกริ่งไม่ถึงจะทำยังไงล่ะ
หลาน : หนูก็บอกกระเป๋ารถให้กดให้น่ะสิป้า
ป้า : อืมม์ ใช้ได้นะเนี่ยเราน่ะ แล้วถ้ากระเป๋าอยู่ไกลแล้วไม่ได้ยินเราพูดล่ะ
หลาน : หนูก็ตะโกนบอกคนขับน่ะสิไม่เห็นยากเลย
ป้า : เก่งมากหลานป้า....รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้แล้วหนูจะบอกคนขับรถว่ายังไงล่ะลูก?
หลาน : หนูก็ตะโกนบอกคนขับสิว่า "กดกริ่งด้วยยยยยยย" ป้า : ????????

นิ้วกลาง

เด็กชายคนหนึ่งนั่งเล่นอยู่กับพ่อ เด็กน้อยมองไปที่มือของพ่อแล้วถามว่า
"พ่อครับ พ่อใช้มือทำอะไรบ้าง?"
"นิ้วชี้นะ พ่อใช้มันชี้ไปที่ที่พ่อต้องการ นิ้วโป้งนี่ พ่อใช้เวลาเปิดหนังสือ ส่วนนิ้วนางพ่อใช้มันตอนแต่งงาน นิ้วก้อยพ่อใช้แคะจมูก ส่วนนิ้วกลางพ่อจะบอกหลังจากลูกแต่งงานแล้ว"
วันเวลาผ่านไป ลูกชายโตขึ้นและแต่งงาน ก่อนเข้าห้องหอลูกชายไม่ลืมถามพ่อ "พ่อครับ หลายปีมานี้ผมใช้นิ้วชี้ชี้ไปที่ที่ผมต้องการ ใช้นิ้วโป้งเปิดหนังสือ ใช้นิ้วก้อยแคะจมูก ตอนนี้ผมใช้นิ้วนางใส่แหวนแต่งงาน ...แต่พ่อครับแล้วนิ้วกลางล่ะครับจะใช้ทำอะไร?"
พ่อเขยิบเข้าไปใกล้ลูกแล้วพูดช้าๆ"คืนนี้ลูกคงจะต้องมีความสุขกับแฟนหลายๆ ครั้งและลูกก็จะเหนื่อย เมื่อแฟนของลูกยังต้องการอีก..." พ่อหยุดสักพัก "...ก็ใช้นิ้วนี้แหละ กดไปที่หัวเธอ แล้วพูด 'ไปนอนได้แล้วนังโง่'"

อาการท่าจะแย่อาการหมอนะ

หลังจากโทรเรียกหมอมาดูอาการภรรยาในห้องนอน สักครู่หมอก็ออกมาขอไขควงไปอันหนึ่ง ประเดี๋ยวเดียวก็ออกมาขอคีมและสองสามนาทีต่อมาก็ออกมาขอค้อนกับสิ่ว คราวนี้เจ้าของบ้านทนไม่ได้ จนต้องถามขึ้น"ภรรยาผมเป็นอะไรนักหนาหรือหมอ?" "เอ.. ยังไม่ทราบเหมือนกันครับ ผมยังเปิดกระเป๋ายาผมไม่ได้เลย"

หมอโรคจิต

ขณะที่คุณหมอโรคจิตเข้าเวรในบ่ายวันหนึ่ง จู่ๆก็มีคนไข้ชายร่างการผอมแห้ง เดินดุ่มๆเข้ามาพร้อมกับถือกล่องใบเล็กๆ สองใบ ยังไม่ทันที่คุณหมอจะถามไถ่ คนไข้รายนั้นก็ชิงพูดขึ้นมาด้วยสำเนียงชัดเจน "คุณหมอครับ เมื่อคืนผมเพิ่งพิสูจน์อะไรได้อย่างหนึ่ง" พิสูจน์อะไรเหรอ" คุณหมอกล่าวอย่างเนือยๆ "คุณหมอรู้มั้ยว่า แมลงสาบมันฟังเสียงด้วยอะไร" "ตามที่หมอได้เรียนมาน่ะ ก็คงตอบได้เลยว่าแมลงสาบย่อมฟังเสียงด้วยหนวด" "ผิดครับหมอ" "อ้าวแล้วมันจะด้วยอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่หนวด" "เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้คุณหมอดูนะ ว่าแท้จริงแล้วแมลงสาบมันฟังเสียงด้วยอะไร" ว่าพลางก็เปิดฝากล่องและหยิบแมลงสาบขึ้นมาตัวนึง พร้อมกับเด็ดหยวดมันทิ้งไปและวางลงบนพื้นห้อง"ไป้..."คนไข้ตรบมือเสียงดัง เจ้าแมลงสาบก็วิ่งจู้ดหายเข้าไปในซอกโต๊ะ "เห็นมั้ยหมอมันยังคงได้ยินอยู่เลย แล้วก็หยิบแมลงสาบตัวที่สองออกมาจากอีกกล่องนึงแล้วทำการเด็ดขาทั้งหมดทิ้งไป และวางบนพื้นเช่นเดิมพร้อมกับปรบมือไล่ "ไป้.." เจ้าแมลงสาบยังคงแน่นิ่งจะมีก็แต่หนวดเท่านั้นที่กระดิกไปมา "เห็นมั้ยล่ะหมอว่ามันไม่ได้ยินที่ผมไล่ เพราะมันฟังเสียงด้วยขา เมื่อผมเด็ดขามันออก มันจึงไม่ได้ยินอะไรเลย ...คุณหมอ "?????

เมื่อถึงลานประหาร

นักศึกษาชายชาวอเมริกัน3คนเดินทางไปเที่ยวที่แม็กซิโก ในคืนวันหนึ่งทั้ง 3 คนดื่มเหล้าในบาร์หนักไปหน่อยพอตอนเช้า ก็พบว่าทั้ง 3 คนติดอยู่ในคุกและโดนตัดสินประหารชีวิตไปเรียบร้อย แต่ทั้ง 3 คนไม่มีใครจำได้ว่าไปทำอะไรมาบ้างเนื่องจากเมาจัด เลยเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด พอถึงวันประหาร หลังจากที่นักศึกษาคนแรกถูกนำเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ไฟฟ้า เขาก็พูดสั่งเสียออกมาว่า"ผมเป็นนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยแถบแกรนด์แคนยอน ผมเชื่อในพลังของพระเจ้าและเชื่อว่าพระเจ้าจะเข้าข้างผู้บริสุทธิ"พอสิ้นเสียงเจ้าหน้าที่ก็สับสวิทช์เก้าอี้ไฟฟ้า ปรากฎว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เลยเชื่อว่าพระเจ้าไม่ต้องการให้นักศึกษาคนนี้ตาย จึงปล่อยตัวไปเสร็จแล้วนักศึกษาคนที่2 ก็ถูกนำมานั่งเก้าอี้ไฟฟ้า แต่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสับสวิทช์ไฟ นักศึกษาคนที่ 2 ก็กล่าวมาว่า"ผมเป็นนักศึกษากฏหมายอยู่ที่ มหาวิทยาลัยอริโซน่า ผมเชื่อว่ากฏหมายอันศักดิสิทธิ์จะเข้าข้างผู้บริสุทธิ์เสมอ"พูดจบเจ้าหน้าที่ก็สับสวิทช์ทันทีปรากฏว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากฏหมายอันศักดิสิทธิ์ไม่ต้องการให้ชายผู้นี้ตายก็เลยยอมปล่อยตัวไป หลังจากนั้นพอนักศึกษาคนที่3 ถูกนำมานั่งเก้าอี้ไฟฟ้าเขาก็กล่าวว่า"ผมเป็นนักศึกษาวิศวะไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัย MIT และผมจะขอบอกพวกคุณว่าถ้าพวกคุณไม่ต่อสายไฟ 2เส้นที่ขาดอยู่นั้นเข้าด้วยกันไอ้เก้าอี้ไฟฟ้าตัวนี้ก็จะไม่มีวันใช้การได้"หลังจากนั้นอีก5นาทีวิญญานของนักศึกษาคนที่3 ก็ไปสู่สุขคติ

อย่าเหยียบเป็ดนะ

หญิง 3 คน เป็นเพื่อนรักกัน ได้ตายลงพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ และดวงวิญญาณไปสู่สรวงสวรรค์ เมื่อไปถึงที่นั่น เซนต์ปีเตอร์ บอกกับพวกเขาว่า "บนสวรรค์นี่ เรามีกฎแค่ข้อเดียวเท่านั้น คือ “ห้ามเหยียบเป็ด" เมื่อทั้ง 3 เข้าไปในสวรรค์ก็พบว่าที่นั่นเต็มไปด้วยเป็ด มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะไม่พลาดไปเหยียบเป็ดเข้าสักตัว และแม้ว่าพวกเขาจะพยายามทำอย่างดีที่สุดแค่ไหนก็ตาม หญิงคนแรกก็เผลอไปเหยียบเป็ดเข้าตัวนึงจนได้ เซนต์ปีเตอร์ มาพร้อมกับชายที่อัปลักษณ์ที่สุด เท่าที่หล่อนเคยเห็นมา และมัดทั้ง 2 ไว้ด้วยกัน พร้อมกับบอกว่า "โทษของการเหยียบเป็ด ก็คือ เธอต้องถูกมัดติดอยู่กับชายคนนี้ ชั่วนิรันดร์" วันถัดมา หญิงคนที่ 2 ก็เผลอไปเหยียบเป็ดอีก และเซนต์ปีเตอร์ก็มาพร้อมกับชายที่อัปลักษณ์สุดๆ อีกหนึ่งคน จากนั้นก็ผูกเขาทั้ง 2 ไว้ด้วยกัน และเดินจากไป หญิงคนที่ 3 ไม่ต้องการที่จะผูกติดอยู่กับชายอัปลักษณ์คนไหนไปชั่วนิจนิรันดร์ ดังนั้น เธอจึงเฝ้าระวัง และระวัง ในทุก ๆ ที่ที่เธอย่างก้าวไป เธอใช้เวลาผ่านไปหลายเดือน โดยที่ไม่ได้เหยียบเป็ดตัวไหนเลย และแล้ววันหนึ่ง เซนต์ปีเตอร์ก็มา พร้อมกับชายหนุ่มรูปงาม แบบที่เธอไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้ม ขนตายาว และมีกล้ามเป็นมัด ๆ เซนต์ปีเตอร์มัดเธอไว้กับเขาและจากไปโดยไม่กล่าวคำใด ๆ ทั้งสิ้น หญิงสาวผู้เต็มไปด้วยความสุขกล่าว "ฉันสงสัยเหลือเกินว่าอะไรกันนะที่ทำให้ฉันได้ถูกมัดอยู่กับคุณ ไปชั่วนิรันดร์" ชายหนุ่มตอบ " เรื่องของคุณจะเป็นยังไง ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่า ผมเหยียบเป็ด" 5555555555555

เรื่องของหวีกับเจล

คนชาวเขาคนหนึ่งตั้งท้องได้ 9 เดือนพอใกล้คลอดก็มาเปิดห้องในโรงพยาบานอยู่รอวันคลอดเจ้บท้องมา 3 วันแล้วแต่ยังไม่คลอดสักทีจนวันที่ 3 หมอเดินมาบอกว่าเอาใกล้คลอดแล้วก่อนอื่นต้องเเว็กหรือโกนตรงนั้นก่อนเพื่อความปลอดภัยของเด็กเพราะตรงนั้นมีเชื้อโรคมากเด็กอาจติดเชื้อต้องโกนเอาออกซะก่อนหญิงชาวเขานึกขึ่นได้ว่าสามีชอบป่าสงวนของเรามากจึงไม่ไห้โกนถึงเวลาใกล้คลอดหมอให้เธอขึ้นขายั่งจะโกนเธอร้องบอกหมอว่า หญิงชาวเขา: มายอะมะโกหมอ : ไม่ได้เด็กจะติดเชื้อหญิงชาวเขา : มายอะมะโกหมอ : ไม่โกนแล้วจะทำไงเดี๋ยวเด็กติดเชื้อนะหญิงชาวเขา : กะแวะๆอะกิแนะหมอ : อะไรนะพูดใหม่ซิหญิงชาวเขา : กะแวะๆอะกิแนะหมอฟังไม่รูเรื่องสั่งนางพยาบาลไปตามเพือนของหญิงชาวเขาให้ทีหมอ : เธอช่วยบอกเพือนทีว่าต้องโกนตรงนั้นออกไม่อย่างนั้นเด็กจะติดเชื้อเพื่อนหญิงชาวเขาก็หันไปคุยกับเพื่อนแล้วหันมาบอกหมอว่า เธะหะแวะๆอะกิแนะหมอก็ฟังไม่รุ้เรื่องสั่งของพยาบาลให้ไปตามสามีเธอมาหมอ : คุณบอกภรรยาคุณซิว่าต้องโกนทรงนั้นออกก่อนไม่งั้นเด็กจะติดเชื้อได้สามี : ลังเลอยู่สักครู่ก็หันไปบอกภรรยา แล้วภรรยาก็ตอบเหมือนเดิมว่าหญิงชาวเขา : กะแวะๆอะกิเเนะหมอ : ภรรยาคุณพูดว่าไงนะสามี : อืม..เธอบอกว่าให้แหวกๆแล้วเอากีบเหน็บครับหมอหมอ : ทำงั้นไม่ได้แล้วจะเอากิบที่ไหนมาเหน็บได้ทุกเส้นทำไม่ได้หลอกหญิงชาวเขาได้ยินดังนั้นก็บอกต่อว่าหญิงชาวเขา : กะหวิๆอาเจแปะหมอได้ยินก็ไม่เข้าใจหันไปถามสามีเธอว่าภรรยาคุณพูดว่าไงนะสามี : คิดอยู่นานก็ตัดสินใจบอกหมอว่า เธอให้หวีๆแล้วเอาเจลโปะครับหมอนี่ไม่ใช่ก้น นี่ก็ไม่ใช่ปรอทหญิงสาวคนหนึ่งไปหาหมอที่คลีนิคใกล้บ้าน หมอบอกกับหญิงสาว..ว่าหมอ : คุณมีอาการอย่างไรครับ..?หญิงสาว : ปวดหัว และ ตัวร้อนค่ะหมอ : งั้นหมอขอใช้ปรอทวัดหน่อยนะ อ้าม..อ้าปากสิหญิงสาว : คือ..หมอชั้นเจ็บปาก หมอ : อ้าว.งั้นก้อชูแขนขึ้นสิหญิงสาว : ตรงรักแร้ไม่เอา ฉันเป็นจี้ ก็

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อาหารมื้อสุดท้าย

อาหารมื้อสุดท้าย
นักโทษสามคนกำลังจะถูกนำตัวไปประหารชีวิต เจ้าหน้าที่ก็มาถามว่าก่อนตายทั้งสามต้องการกิน อะไรเป็นมื้อสุดท้าย "ผมอยากกินพิซซ่า" คนแรกตอบ เขาได้กินพิซซ่าจานโตและถูกนำตัวไปประหาร
"ผมอยากกินไก่ทอดเคเอฟซี" คนที่สองบอก เขาได้กินไก่ทอดเคเอฟซีรสเข้มข้นแล้วก็ถูกนำตัวไปประหาร
"ผมอยากกินบัวหิมะพันปี" คนที่สามบอก "แต่นี่ยังไม่ถึงเวลาบัวหิมะพันปีออกนะ" เจ้าหน้าที่บอก "ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้........

อยากเป็นใช้

เหตุผลของลูก แม่ถามลูกว่า "โตขึ้นลูกๆ อยากเป็นอะไรจ๊ะ"
ลูกชาย 1 : ทหารครับ จะได้ป้องกันประเทศชาติ ลูกชาย
2 : อยากเป็น คุณหมอครับแม่ จะได้รักษาคนไข้
แม่ : ดีดีดี แล้วลูกสาวแม่ล่ะอยากเป็นอะไร
ลูกสาว : อยากเป็นคนใช้ค่ะแม่ แม่ : (เกิดอาการงงสุดขีด) ทำไมอยากเป็นคนใช้ล่ะลูก
ลูกสาว : หนูอยากให้คุณพ่อกอดหนูนานๆ บ่อยๆ ค่ะ

เมื่อผัวเมียงานไม่ตรงกัน ขำๆ

ทำงานไม่ตรงกัน
มีผัวเมียคู่หนึ่งชึ่งทำงานไม่ตรงกันคือผัวทำงานกลางคืน เมียทำงานกลางวันมีอยู่วันหนึ่ง ...ผัวกลับจากทำงานนึกยากจะอึบเมียจะบอกตรงๆก็กลัวลูกจะได้ยินจึงแกล้งบอกเมียอ้อมๆ ว่า...นี่ๆ แม่เตรียมเครื่องพิมม์ดีดไว้ด้วยนะวันนี้อยากจะพิมม์ดีดฝ่ายเมียแต่งตัวเสร็จแล้วจะไปทำงานไม่มีอารมณ์จึงตอบออกไปว่า..วันนี้เครื่องพิพม์เสียใช้ไม่ได้เธอจึงเดินออกไปทำงานปล่อยให้ผัวยืนอารมณ์ค้างสักครู่จึงเดินเข้าห้องน้ำไปสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองฝ่ายเมียออกไปได้สักพักใหญ่ๆนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ยุ่งกับผัวมาหลายเดือนแล้วจึงกลับมาบ้านพร้อมบอกกับผัวว่า...ที่รักๆๆ เครื่องพิพม์ใช้ได้แล้วนะ...ไปซ่อมมาแล้วฝ่ายผัวตอบอย่างห้วนๆว่า....ไม่พงไม่พิพม์แล้วเขียนด้วยมือไปแล้ว...

เรื่องขำของหลานกับตา

บ่ายแก่ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หลานชายตัวจ้อยพาคุณตาไปเดินเล่นในสวน
หลานชาย: คุณตา..ดูนั่นสิฮะ หลานพูดพลางเอามือชี้ไปที่ไส้เดือน
คุณตา: ก็แค่ไส้เดือนกำลังจะเลื้อยลงรู มีอะไรเรอะ?
หลานชาย: ตาเชื่อมั้ย ว่าผมน่ะจับเจ้าไส้เดีอนนี่ยัดลงรูได้นะ
คุณตา: (พูดอย่างยิ้มเยาะ) ตาว่า เจ้าทำไม่ได้ร้อก! ก็ตัวมันทั้งนิ่มทั้งลื่นอย่างนั้นเจ้าจะจับมันใส่รูได้ยังไงล่ะ ... เอาเป็นว่า ถ้าเจ้าทำได้ตาจะให้ตังค์กินขนม 20 บาท
หลานชาย: แน่นะฮะ งั้นรอผมเดี๋ยวพูดเสร็จเจ้าหลานชายก็วิ่งปรู๊ดดด... เข้าไปในบ้าน และอีก 5 นาทีต่อมาเจ้าหนูกลับมาพร้อมกับ สเปรย์แต่งผม ในมือ เมื่อมาถึงก็เล็งไปที่ไส้เดือนและฉีดไปเต็มแรง จนมันแข็งตัวเป็นเส้นตรง
หลานชาย: (หยิบไส้เดือนยัดลงรู) นี่ไงฮะตา ลงรูไปอย่างง่ายดาย คุณตา: ยื่นเงินให้หลาน 20 บาท พร้อมทั้งหยิบสเปรย์แต่งผมกระป๋องนั้น เดินโขยกเขยกเข้าบ้านครึ่งชั่วโมงต่อมา คุณตากลับมาหาที่สวนพร้อมยื่นเงินให้หลานอีก 20 บาท
หลานชาย: คุณตาให้เงินผมมาแล้วนี่ฮะ
คุณตา: ใช่ แต่นี่ของยายเค้าฝากมาหลานชาย: ?!?

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เด็กคนนี้เจ่งดีชอบซักถาม

เด็กช่างซักมีเด็กคนหนึ่งไปลอกการบ้านที่บ้านเพื่อน เพื่อนเลยด่าว่าไอ้ควาย เด็กคนนั้นกลับบ้านไปถามเเม่ว่า.. เเม่ ควายเเปว่าอะไร เเม่ตอบ..เเปลว่าโชฟา อีกวันหนึ่งก็ ไปลอกการบ้าน เพื่อน เพื่อนก็ด่าอีกว่า.. ไอ จู๋ เด็กก็กลับไปถามเเม่ว่า.. จู๋เเปลว่า อะ ไร เเม่ตอบ.. แปลว่า TV อีกวันก็ไปลอกการบ้านเพื่อนอีก เพื่อนก็ด่าว่า.. ไอจิ๋ม เด็กก็ไปถามเเม่ว่า จิ๋มเเปลว่าอะไร แม่ตอบ.. เเปลว่า จาน วันหนึ่งมีเเขกมาบ้านเเขกเห็นเด็กอยู่คนเดี่ยวเลยถามเด็กว่าเเม่ไปไหนล่ะหนูเด็กตอบว่า.. เเม่กำ ลัง ล้าง จิ๋ม อยู่หลังบ้านเชิญ นั่งควายก่อนเลยครับ เดี๋ยวผม จะเปิดไอ่จู๋ไห้ดู

คนบ้าเถียงกันใช้ได้เชียว

ฮิตเลอร์ที่โรงพยาบาลประสาท คนไข้กำลังทะเลาะกันลั่นโรงพยาบาล
คนไข้คนแรก .. "ข้านี่แหละคือฮิตเลอร์ผู้ยิ่งใหญ่"
คนไข้คนที่สอง.."ฮิตเลอร์มีคนเดียวคือฉัน"
คนไข้คนแรก.. "พูดให้สวยนะ ฉันโว้ย..คือฮิตเลอร์ตัวจริง"
คนไข้คนที่สอง.."ใครบอกแกว่ะว่าเป็นตัวจริง"
คนไข้คนแรก.. "พระเจ้าโว้ย"
ทันใดก็มีเสียงหนึ่งสวนออกมาจากข้างๆ เตียงว่า "เฮ้ยๆ ..ข้าไม่ได้บอกน่ะโว้ย"

ฮาแบบเล็กๆๆ

ระวังไข่!
ชายคนหนึ่งขึ้นรถเมล์และเดินเข้าไปจะนั่งข้างสาวสวย
หญิงสาว : อุ๊ยพี่ ! ระวังไข่นะคะ หญิงสาวบอกและชี้ไปที่ถุงที่วางอยู่
ชายหนุ่ม : ถุงไข่เหรอจ๊ะ
น้องสาว หญิงสาว : ถุงทุเรียนค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แท๊กซี่ ว่าง!

วันหนึ่ง คุณยายท่านหนึ่งเดินออกมาหน้าบ้านของตัวเอง แล้วชะเง้อมองไปข้างหน้า สักพักมีแท็กซี่ คันหนึ่งวิ่งเข้ามา คุณยาย ไม่รีรอ โบกทันที แท็กซี่จอด แล้วคนขับแท็กซี่ก็พูดกับคุณยายว่า "คนขับแท็กซี่" สวัสดีครับ จะไปไหนครับยาย "คุณยาย" เอ่อ ไม่ได้ไปไหนหรอกหลาน จะมาบอกว่า ช่วยไปขนของกับยายในบ้านหน่อยสิ ยายกำลังย้ายห้อง อยู่คนเดียว ยกของไม่ไหวน่ะ "คนขับแท็กซี่" (สีหน้างง) โอ้ย ไม่ได้หรอกครับ ผมยุ่งเดี๋ยวต้องไปรับผู้โดยสารอีก "คุณยาย" (เสียงแก่) ยุ่งอะไร ก็เห็นเขียนไว้ที่หน้ารถว่า "ว่าง" ขอช่วยแค่นี้ก็ไม่ได้ ใจดำ "คนขับแท็กซี่" !!!!!!!!!!!!!

สั้นๆแต่ดียังงี้ลูกต้องยอมสละ

ลูกชาย: แม่ครับ ตอนที่อยู่กับพ่อบนรถเมล์เมื่อเช้านี้ พ่อบอกให้ผมสละที่นั่งให้ผู้หญิงสาวคนหนึ่งครับ
แม่: ดีจ้ะลูก ลูกทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
ลูกชาย: แต่แม่ครับ ผมนั่งอยู่บนตักพ่อนะ

เรื่องเล็กๆน่าขำน้อยๆๆ

ในวิชาภาษาไทย ครูให้นักเรียนเขียนความหมายของความขี้เกียจ3หน้ากระดาษ พอหมดคาบทุกคนก็เอามาส่ง บางคนทำได้ครบ บางคนก็ทำไม่ทัน มีแต่กระดาษของดุ่ยศักดิ์เท่านั้นที่ไม่มีอะไรเขียนอยู่เลย อาจารย์เปิดไปหน้าแรกก็ไม่มีอะไร หน้า2ก็ไม่มีอะไร พอถึงหน้าสุดท้ายมีข้อความเขียนไว้มุมกระดาษว่า "นี่คือความหมายของความขี้เกียจครับ"

ผู้ติดตาม